13.1.57

เมนูอาหารสำหรับเด็ก 6 เดือน

วันนี้mommachef ขอเเนะนำเมนูอาหารสำหรับเด็ก 6 เดือนขึ้นไปค่ะ
เมนูนี้มีชื่อว่า "pota carro puree" (ตั้งเองค่ะเพราะใส่ carrot กะ potato ^^)
เรามาดูประโยชน์โดยรวมของส่วนผสมหลักของเมนูนี้กันดีกว่าค่ะ
 1. มันฝรั่ง

ส่วนประกอบหลักของมันฝรั่งเป็น แป้งกับโปรตีน ซึ่งมีสารอาหารมากมาย ทั้งโปรตีน แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไอโอดีน แมกนีเซียม กรดโฟลิก และวิตามินซี บี1 และบี2
2.เเครอท

มีสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งเซลล์ของมะเร็ง ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี โดยจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งในปอดได้ ซึ่งคนที่กินผักที่มีเบต้าแคโรทีนน้อยที่สุด จะเสี่ยงต่อมะเร็งในปอดมากเป็นเจ็ดเท่าของคนที่กินมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วก็ยังช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดี

และยังมีแคลเซียมเพคเตทที่ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ลดการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว นอกจากนั้นในแครอทยังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงและลดการเสื่อมของตา มีสารต่างๆ ที่เป็นทั้งเกลือแร่และวิตามินอีกมากมาย เช่นธาตุแคลเซียม มีฟอสฟอรัส เหล็ก มีวิตามินเอ บี1 บี2 และวิตามินซี อีกทั้งยังช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนังและเส้นผมให้มีสุขภาพดีอีกด้วย 

3. หอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ลดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ มีฤทธิ์มากในการขับสารพิษทั้งที่เป็นโลหะหนักและพยาธิ เควอเซทินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมากหอมหัวใหญ่ (Allium cepa) เป็นพืชในตระกูลเดียวกับกระเทียม อุดมไปด้วยธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม กำมะถัน ซีลีเนียม บีตาแคโรทีน กรดโฟลิก และฟลาโวนอยด์เควอเซทิน
หอมหัวใหญ่มีผลคล้ายกระเทียมในการลดโคเลสเตอรอลและความดันเลือด มีสารไซโคลอัลลิอินที่สามารถละลายลิ่มเลือดได้

โอเคค่ะ รู้ถึงประโยชน์โดยรวมเเล้วก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า

Recipe : "pota carro puree" (เวลาการทำโดยประมาณ 20 นาที)

 Ingredient : เเครอท 1 ถุง (organic baby carrot )
                       มันฝรั่ง 2-3 หัว 
                       หัวหอมใหญ่ 1 หัว
* ส่วนผสมทุกอย่างเเนะนำว่าต้องเป็นปลอดสารพิษเท่านั้นนะค่ะ

organic baby carrot
 วิธีเตรียม : หั่นเเครอท มันฝรั่่ง เเละ หัวหอมใหญ่ ออกเป็นชิ้นลูกเต๋าเล็กๆ 
นำมันฝรั่งใส่เครื่องนึ่งชั้นล่าง (เพราะสุกยากกว่า)


 
เเครอทกับหอมใหญ่อยู่ด้วยกันได้ค่ะ ใส่เครื่องนึ่งชั้นบน
เสร็จเเล้วก็ปิดฝาพร้อมนึ่งผักค่ะ กดปุ่มไปที่โหมดนึ่ง


 เลือกโหมดนึ่งตามปุ่มด้านบน เลือกเวลาซัก 10 นาทีก็พอค่ะ



เมื่อผักสุกเเล้วก็นำใส่เครื่องปั่นกันได้เลย
 
ใส่มันฝรั่งตามลงไปด้วย

                                       น้ำสต็อคจากผัก คุณค่าอาหารเหลือล้น

 ใส่น้ำซุปที่ได้จากผักลงไปด้วยค่ะ
เครื่องปั่นนึ่ง Nutri baby จาก babymoov ออกเเบบพิเศษมีถาดรองน้ำซุปในตัว

ปั่นๆ จนได้ที่ให้เนื้อละเอียดได้ที่ สวยงามค่ะ ^^

เเบ่งใส่ถาดพร้อมเเช่เเข็งค่า

ตักใส่กระปุกเเบ่งเป็นมื้อๆไว้เเบบนี้ก็สะดวกเหมือนกันค่ะ

Tip : เเนะนำใส่ ไข่เเดงต้ม หรือ ตุ๋นข้าวกล้องงอกออร์เเกนิคใส่เพิ่มเติมในเเต่ละมื้อก็ได้เพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารค่ะ  ^^





เทคนิคช่วยให้เด็กทานอาหาร เเละ สารอาหารที่เด็กวัย 1-3 ปีควรได้รับ

พอพ้นขวบแรกเข้าสู่วัยนักสำรวจก็วิ่งวุ่นเคลื่อนไหวชนิดไล่จับกันแทบไม่ทัน ต้องมีสูตรอาหารเพิ่มพลังเตรียมไว้ในมื้อหม่ำของลูกแล้ว เพราะพลังงานไม่เพียงหาได้แค่ในอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น แต่เรายังหาได้จากโปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่อีกด้วย


สารอาหารที่เด็กวัย 1-3 ปีควรได้รับ

                คาร์โบไฮเดรต : มีอยู่มากในข้าว แป้ง ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว หัวมันต่างๆ และน้ำตาล ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วคาร์โบไฮเดรตทุกๆ 1 กรัม จะให้พลังงาน 4 แคลอรี่ หากเราใช้คาร์โบไฮเดรตไม่หมด ร่างกายก็จะสังเคราะห์เป็นไขมันเก็บไว้เป็นพลังงานสำรอง แต่ถ้ามากไปก็เหลือเกินสำรองกลายเป็นอ้วนได้
                โปรตีน : แหล่งโปรตีนสำคัญๆ ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ ถั่ว ธัญพืช และนมสด เป็นต้น เป็นขุมพลังที่สร้างการเจริญเติบโตตั้งแต่กระดูก กล้ามเนื้อ ไปจนถึงเส้นผม คอยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ชำรุด ควบคุมการทำงานของปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย
                ไขมัน : เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงสุด จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เป็นที่ละลายวิตามิน เอ ดี อี และเค ทั้งนี้ ยังเป็นส่วนประกอบของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบประสาท เนื้อเยื่อ และผนังเซลล์อีกด้วย สุดท้ายไขมันใต้ผิวหนังยังช่วยลดการกระทบกระเทือนของอวัยวะต่างๆ ด้วย
                แร่ธาตุ : เนื้อเยื่อแต่ละชนิดต้องการแร่ธาตุต่างๆ กันไป เช่น กระดูกต้องการแคลเซียม เซลล์กล้ามเนื้อต้องการโพแทสเซียมและแมกนีเซียม เลือดต้องการเกลือโซเดียม เด็กๆ ที่วิ่งเล่นจนเหนื่อยอ่อน จะสูญเสียสังกะสีทางเหงื่อและปัสสาวะด้วยเช่นกัน สังกะสีมีมากใน อาหารทะเล ไข่ จมูกข้าวสาลี ส่วนแหล่งอาหารที่มีแร่ธาตุอื่นๆ สูงได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ผัก ถั่ว และผลไม้โดยเฉพาะกล้วย




เด็กเบื่ออาหาร
สาเหตุที่เด็กเบื่ออาหารบางประเภทนั้นมันมีที่มา อาหาร 5 อันดับสาเหตุที่ลูกไม่กินนั้นได้แก่

                ข้าว เด็กๆ นี่ขี้เบื่อกินข้าวอยู่ทุกวันๆ ลูกก็ไม่อยากจะกินเพราะเบื่อ
                ไข่ ที่เด็กๆ ไม่กินก็เพราะก็กลิ่นคาวเหมือนปลานั่นแหละค่ะ โดยเฉพาะไข่ตุ๋นหรือไข่ต้ม
                ผัก เพราะส่วนใหญ่ผักจะมีกลิ่นเหม็นเขียวเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งถ้าผักชนิดไหนที่มีเสี้ยนเยอะลูกก็จะปฏิเสธทันที
                ปลา หากคุณแม่ไม่มีเทคนิคการปรุงที่ดี กลิ่นคาวของปลาจะติดจมูก ทำให้ลูกไม่ยอมกิน
                เนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่จะค่อนข้างเหนียวและเคี้ยวยาก ด้วยความที่ฟันของลูกยังไม่สามารถบดเคี้ยวได้ดีพอ ลูกเลยไม่อยากกิน ยิ่งถ้าคุณแม่ทำชิ้นใหญ่เกินความสามารถที่จะเคี้ยวได้ พอฟันกระทบกับเนื้อเหนียวๆ ลูกก็จะคายทันที

เทคนิคช่วยให้เด็กทานอาหาร

                ตกแต่งเติมสีสัน - ดัดแปลงส่วนผสม หน้าตา และสีสันของอาหาร รวมถึงการตั้งชื่ออาหารให้ดึงดูดความสนใจจากลูก เช่น ข้าวไข่เจียวธรรมดา ใช้พิมพ์รูปต่างๆ กดให้เป็นรูปร่าง แล้ววางแต่งหน้าบนข้าวสวยแสนอร่อย รวมไปถึงการเพิ่มสีสัน โดยการเปลี่ยนสีข้าวด้วยผักที่มีสีสันแตกต่างกันไป เช่น ข้าวสีเหลืองทองจากฟักทอง ข้าวสีเขียวก็ใช้ใบเตยสดคั้นน้ำ หรือข้าวสีส้มจากแครอต หรือคุณแม่อาจใช้วิธีการใส่ผักที่หั่นเป็นรูปร่างต่างๆ ต้มสุกแล้วหุงรวมลงไปในหม้อ เพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหารและสีสัน หน้าตาอาหารให้น่ากินมากขึ้น
                ดัดแปลงเมนู - ลองพลิกตำราอาหารต่างชาติดูบ้างสิว่า พอจะเอามาดัดแปลงใช้กับเมนูไทยๆ ได้บ้างไหม เช่น ม้วนอาหารที่เป็นแผ่นด้วยการจัดเรียงวัตถุดิบเป็นชั้นๆ แล้วหั่นชิ้นพอคำ ก็จะได้อาหารที่มีลักษณะคล้ายข้าวปั้นญี่ปุ่น หรือใช้วิธีการดัดแปลงอาหารที่เด็กๆ กินได้ให้คล้ายกับอาหารจานโปรดของผู้ใหญ่ เช่น ยำ ส้มตำ ต้มยำ ฯลฯ เพราะบางครั้งการที่ลูกๆ เห็นผู้ใหญ่กินอาหารต่างๆ แล้วอยากกินบ้าง
                ปรุงให้ถูกปาก - การเติมเทคนิคก่อนที่อาหารจะสุกและการปรุงอาหารให้สุก เพื่อกลบกลิ่นหรือเลี่ยงไม่ให้ลูกเผชิญหน้ากับอาหารที่ไม่กินโดยตรง อย่างเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่ลูกไม่ชอบกินเพราะรสชาติและกลิ่นของอาหาร คุณแม่ก็อาจต้องปรับจากที่หั่นเป็นชิ้นแล้วนำไปต้ม ทอด ปิ้ง หรือย่าง มาเป็นสับแล้วผสมใส่ไปในอาหารอื่นๆ เช่น ผสมเนื้อหมูใส่กับผักที่มีเนื้อเนียนไม่มีเสี้ยน หมูสับผสมมันบดและฟักทองปรุงรส แล้วปั้นหรือกดด้วยพิมพ์ คลุกแป้งสาลี ไข่และเกร็ดขนมปัง ก่อนจะทอดให้เหลืองกรอบกินคู่กับซอส


อายุ เพศชาย เพศหญิง ปี เดือน น้ำหนัก (กก.) ส่วนสูง (ซม.) น้ำหนัก (กก.) ส่วนสูง (ซม.) 1 0 8.3-11.0 71.5-79.7 7.7-10.5 68.8-78.9 2 0 10.5-14.4 82.5-91.5 9.7-13.7 80.8-89.9 3 0 12.1-17.2 89.4-100.8 11.5-16.5 88.1-99.2 - See more at: http://www.momypedia.com/wiki-5-18-90/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-1-3-%E0%B8%9B%E0%B8%B5/#sthash.e2X6Dlpx.dpuf
ตารางมาตรฐานส่วนสูงหรือน้ำหนักของเด็กวัย 1-3 ปี
พอ พ้นขวบแรกเข้าสู่วัยนักสำรวจก็วิ่งวุ่นเคลื่อนไหวชนิดไล่จับกันแทบไม่ทัน ต้องมีสูตรอาหารเพิ่มพลังเตรียมไว้ในมื้อหม่ำของลูกแล้ว เพราะพลังงานไม่เพียงหาได้แค่ในอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น แต่เรายังหาได้จากโปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่อีกด้วย

สารอาหารที่เด็กวัย 1-3 ปีควรได้รับ

        • คาร์โบไฮเดรต : มีอยู่มากในข้าว แป้ง ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว หัวมันต่างๆ และน้ำตาล ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วคาร์โบไฮเดรตทุกๆ 1 กรัม จะให้พลังงาน 4 แคลอรี่ หากเราใช้คาร์โบไฮเดรตไม่หมด ร่างกายก็จะสังเคราะห์เป็นไขมันเก็บไว้เป็นพลังงานสำรอง แต่ถ้ามากไปก็เหลือเกินสำรองกลายเป็นอ้วนได้
        • โปรตีน : แหล่งโปรตีนสำคัญๆ ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ ถั่ว ธัญพืช และนมสด เป็นต้น เป็นขุมพลังที่สร้างการเจริญเติบโตตั้งแต่กระดูก กล้ามเนื้อ ไปจนถึงเส้นผม คอยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ชำรุด ควบคุมการทำงานของปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย
        • ไขมัน : เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงสุด จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เป็นที่ละลายวิตามิน เอ ดี อี และเค ทั้งนี้ ยังเป็นส่วนประกอบของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบประสาท เนื้อเยื่อ และผนังเซลล์อีกด้วย สุดท้ายไขมันใต้ผิวหนังยังช่วยลดการกระทบกระเทือนของอวัยวะต่างๆ ด้วย
        • แร่ธาตุ : เนื้อเยื่อแต่ละชนิดต้องการแร่ธาตุต่างๆ กันไป เช่น กระดูกต้องการแคลเซียม เซลล์กล้ามเนื้อต้องการโพแทสเซียมและแมกนีเซียม เลือดต้องการเกลือโซเดียม เด็กๆ ที่วิ่งเล่นจนเหนื่อยอ่อน จะสูญเสียสังกะสีทางเหงื่อและปัสสาวะด้วยเช่นกัน สังกะสีมีมากใน อาหารทะเล ไข่ จมูกข้าวสาลี ส่วนแหล่งอาหารที่มีแร่ธาตุอื่นๆ สูงได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ผัก ถั่ว และผลไม้โดยเฉพาะกล้วย
- See more at: http://www.momypedia.com/wiki-5-18-90/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-1-3-%E0%B8%9B%E0%B8%B5/#sthash.e2X6Dlpx.dpuf

12.1.57

เมนูต้มตุ๋น เมนูอาหารเสริมเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป

อาหารต้มตุ๋น เป็นหนึ่งในกรรมวิธีปรุงอาหารเสริมให้ลูกวัย 6 เดือนขึ้นไป เพราะอาหารจะเปื่อย นิ่ม ย่อยง่าย สารอาหารยังอยู่คงเกือบครบถ้วนอีกด้วย
การตุ๋นจะช่วยรักษาคุณค่าของสารอาหารไว้ได้เกือบครบถ้วน โดยสารอาหารที่สำคัญจากเนื้อสัตว์ ผักชนิดต่างๆ จะยังคงอยู่ในน้ำที่ตุ๋นอาหาร ที่สำคัญ และการตุ๋นยังเป็นการปรุงที่ไม่ใช้น้ำมัน จึงทำให้เมนูที่ได้จากการปรุงแบบนี้ไม่มันเลี่ยน ลูกน้อยไม่เสี่ยงต่อภาวะอ้วนด้วย


การต้มเป็นวิธีปรุงอาหารในน้ำที่ให้อุณหภูมิถึงจุดน้ำเดือด และใช้เวลาไม่นาน ขณะที่การตุ๋นใช้อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเดือด ใช้เวลานานกว่า และส่วนมากจะปรุงรสแล้วจึงตุ๋น เพื่อให้รสชาติเข้าเนื้ออาหาร แถมยังเป็นวิธีที่ทำให้สารอาหารและเกลือแร่ในเนื้อสัตว์ละลายออกมา เพิ่มรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการได้อีกด้วย เช่น การตุ๋นกระดูกหมู อาหารสำหรับเด็กที่สะดวกและง่ายมักจะเป็นการต้มเช่นต้มจืดต่างๆ การตุ๋นอาหารสำหรับเด็กที่เราคุ้นเคยคือ ข้าวตุ๋น ซุปหมูตุ๋น หรือซุปฟักตุ๋น


เทคนิคต้มตุ๋นง่ายทันใจ

วัตถุดิบที่นำมาต้ม ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ประเภทปลา จะเหมาะสำหรับการต้ม เพราะช่วยประหยัดเวลาในการทำ แถมยังเป็นเมนูที่ปรุงให้เด็กได้ทุกวัย ถ้าใช้เนื้อหมูควรเลือกหมูสันใน หรือเนื้อสันในไก่หั่นชิ้นเล็ก ก็เหมาะสำหรับการต้มที่ใช้เวลาน้อย หากต้มนานเกินไปจะทำให้น้ำจากเนื้อสัตว์ละลายออกมาในน้ำซุป ทำให้รสชาติของเนื้อหมูหรือไก่ไม่อร่อย

สำหรับวัตถุดิบที่เหมาะแก่การนำมาตุ๋น นิยมใช้เนื้อสัตว์ที่มีเอ็นหรือติดกระดูก หรือปลาทั้งตัว ซึ่งต้องใช้เวลาในการเคี่ยว เพื่อให้โปรตีนที่มีคลอลาเจนหรือเจลาตินละลายในน้ำซุป แม่ๆ สังเกตได้จากลักษณะคล้ายวุ้นเด้งดึ๋งเมื่อนำไปแช่เย็น การตุ๋นเนื้อที่ติดกระดูกหรือปลาทั้งตัวนั้น หากนำซุปมาให้เด็กกิน ควรกรองด้วยกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบาง ป้องกันเศษกระดูกติดคอ วัตถุดิบที่นำมาตุ๋น เช่น เนื้อน่องลาย ซี่โครงหมูอ่อน ปลาทู ไก่อ่อน หมูติดเอ็น เนื้อติดเอ็น

ส่วนอุปกรณ์ที่ช่วยให้การต้มใช้เวลาไม่มาก ควรใช้หม้อที่มีฝาปิด เพราะจะทำให้น้ำเดือดเร็ว สำหรับวัสดุที่เป็นหม้อต้ม หากเป็นหม้อทองแดงเคลือบสแตนเลส หรือกระเบื้องทนความร้อนก็จะประหยัดเวลาได้มากขึ้น

ในการตุ๋น หากมีหม้อแรงดันก็จะประหยัดเวลาจากปกติ 3-4 ชั่วโมง เหลือเพียง 20-30 นาที และหากมีหม้อตุ๋นไฟฟ้า ก็จะช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องของการตุ๋นแล้วน้ำจะแห้งจนอาหารติดก้นหม้อ
ขอแนะนำ 3 เมนูต้มตุ๋นที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์สำหรับลูกวัย 6 เดือนขึ้นไป
ต้มปลาผักสามสหาย
ส่วนผสม
-ปลาแซลมอนหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ½ ถ้วย
-น้ำซุปไก่ 2 ถ้วย
-แครอตหั่นบางใช้พิมพ์กดเป็นรูปดาวหรือดอกไม้ ¼ ถ้วย
-ขึ้นฉ่ายหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
-หอมใหญ่หั่นสับ ¼ ถ้วย
-เกลือป่นเล็กน้อย
-ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1.เทน้ำซุปไก่ใส่หม้อ ใส่หอมใหญ่และแครอตตามลงไป ต้มให้สุกนิ่ม ปรุงรสด้วยเกลือป่นเล็กน้อย
2.ใส่ปลาแซลมอนลงต้ม จนน้ำซุปเดือดอีกครั้ง ปลาสุกพอดี โรยขึ้นฉ่ายฝอย ปรุงรสซีอิ้ว พร้อมเสิร์ฟ

Tip :
- ช่วงต้มน้ำซุปกับหอมใหญ่และแครอตควรใช้ไฟอ่อน ปิดฝาหม้อ เพื่อให้ผักสุกเปื่อยนิ่ม พอน้ำซุปเดือดจึงใส่ปลา ใช้ไฟแรง ไม่ต้องปิดฝาหม้อน้ำซุปจะไม่ขุ่น เมนูนี้เหมาะสำหรับเด็กทุกวัย
- ขึ้นฉ่ายและหอมใหญ่เป็นผักที่มีกลิ่นเข้ากับปลาได้ดีช่วยทำให้มีกลิ่นหอมไม่เหม็นคาวปลา
- ส่วนแครอตมีเบต้าแคโรทีน เป็นโปรวิตามินเอบำรุงสายตา และผิวหนัง

ซุปตุ๋นผักสายรุ้ง
ส่วนผสม
-แครอตหั่นเต๋าเล็ก ¼ ถ้วย
-บร็อกโคลีต้มหั่นแยกเป็นดอกเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ
-หอมใหญ่สับ 1 ช้อนโต๊ะ
-มะเขือเทศแยกเมล็ดออกหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ
-มันฝรั่งหั่นเต๋าเล็ก ¼ ถ้วย
-ฟักทองหั่นเต๋า ¼ ถ้วย
-กะหล่ำปลีม่วงหั่นเส้นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
-น่องไก่เล็ก 6 น่อง
-น้ำซุปไก่ 4 ถ้วย
-เกลือป่นเล็กน้อย
-น้ำมันถั่วเหลือง 2 ช้อนชา

วิธีทำ
อุ่นน้ำซุป 4 ถ้วยในเตาไมโครเวฟใช้เวลา 2 นาที จากนั้นเทน้ำซุปใส่หม้อตุ๋นไฟฟ้า ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดในหม้อตุ๋น แล้วปิดฝา ใช้เวลาตุ๋น 45 นาที หรือตุ๋นให้ผักสุกนิ่มตามต้องการ
Tip : ซุปตุ๋นผักนี้เป็นการฝึกให้เด็กรับประทานผักได้หลากหลาย คุณแม่อาจเล่าเรื่องรุ้งกินน้ำซึ่งมีสีเจ็ดสีสวยงาม เมื่อรวมสีเจ็ดสีเข้าด้วยกันเป็นแสงอาทิตย์สีขาว ทำให้โลกสว่างไสว

ต้มจืดฟักกับแตง
ส่วนผสม
- ฟักเขียวหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 1 นิ้ว 1 ถ้วย
- แตงร้านปอกเปลือกหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม ½ ถ้วย
- แครอตผ่าซีกหั่นขวางเป็นแผ่นบาง ¼ ถ้วย
- น่องไก่เล็ก 6 น่อง
- ซีอิ้วขาว 3 ช้อนชา
- เกลือป่นเล็กน้อย
- กระเทียมกลีบใหญ่ 4 กลีบ
- รากผักชี 3 ราก

วิธีทำ
นำเครื่องปรุงทุกอย่างใส่หม้อ เติมน้ำ 4 ถ้วย ยกหม้อตั้งเตา พอเดือดช้อนฟองออกเพื่อให้น้ำซุปใส หรี่ไฟอ่อนตุ๋นต่อ 30 นาที หรือจนผักสุกนิ่มตามต้องการ

Tip :
- สำหรับเด็ก 6 เดือน การเริ่มอาหารเสริมตามวัย ซุปฟักใสๆ เหมาะสำหรับป้อนฝึกการกินอาหารทางปากที่ไม่ใช่นม นอกจากนี้ซุปฟักยังเป็นซุปผักที่เหมาะกับเด็กทุกวัย

รวมทั้งผู้ใหญ่และวัยสูงอายุ
- เนื้อฟักและแตงใช้ช้อนหรือส้อมบดละเอียดตักป้อนปลายช้อน

ที่ปรึกษาทางโภชนาการ : กิ่งกมล กิตติภูมิวงศ์ นักโภชนาการ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก


จาก : นิตยสาร Modern Mom
เรียบเรียง : Momypedia